วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Ship Scale Story 10 : Feeling

เสน่ห์ (Charm) ลุ่มหลง (Infatuated) เหนื่อยล้า (Weary)
                 หากคนเราจะพูดถึงคำสามคำอย่างข้างต้นผมเชื่อว่า ทุกคนย่อมมีความคิดเห็นที่ต่างกันออกไป ก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่ทำ เรื่องที่ชอบ รึแม้กระทั้งเรื่องที่จำเป็น แต่ไม่ว่าจะทางไหนทุกคนย่อมมีมุมมองเป็นของตัวเองแน่นอน และมุมมองก็เป็นตัวผลักดันเราให้เดินไปข้างหน้า
                   เสน่ห์ ของงานสร้างเรือจำลอง สำหรับผมมีหลายอย่างนะ ไม่ว่าจะเป็นงาน Handmade คือใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Hand tool มาเป็นอุปกรณ์หลักในการสร้างไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าขั้นตอนเหล่านั้นจะเพื่อ ลอกแบบ ตัดไม้ เหลาไม้ ขัดไม้ ไสไม้ ติดตั้ง ผมเชื่อว่ามือของเรานั้นสามารถสร้างสิ่งต่างๆได้มากมาย เสน่ห์จะเกิดขึ้นเองจากการที่เราใส่ใจในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจุดที่ลงมือทำนั้นจะเล็กรึใหญ่ ใส่ลงไปเหมือนๆกันครับ เสน่ห์อีกแบบคือยามที่ได้เฝ้ามอง เมื่อถึงตอนที่เรือได้ถูกตั้งโชว์ในจุดที่เหมาะ กับแสงไฟที่ส่องมากระทบกับตัวเรือ ดูเหมือนว่าเธอเหล่านั้นจะเปร่งประกาย ยังไงบอกไม่ถูกอะ...อิอิอิ


                   ลุ่มหลง ของงานสร้างเรือจำลอง สำหรับผมอาจไม่เหมือนชาวบ้านเขานะครับ มันออกแนวโรคจิตนะผมว่า ผมจะรู้สึกดีทุกครั้งที่ผมใช้ใบมีดกีดลงบนเส้นที่ลอกแบบ (pattern) เวลาปลายใบมีดวิ่งไปบนกึ่งกลางของเส้น อืมมมม มันฟินยังไงไม่รู้ ไม้ (กงเรือ) ก็เหมือนกันยิ่งหนาแล้วยังตัดได้ตามเส้นอยู่ก็ฟิน เวลาที่ฟันใบเลื่อยค่อยๆไหลลงไปเฉือนกินเนื้อไม้บนกึ่งกลางเส้นที่ขีดเอาไว้นี่สุดๆ (แต่เหนื่อย) แต่ที่กีดตรงเนื้อเรือนั้นยากสุดแหล่ะ เพราะไม่ได้กีดบนผิวราบ แต่กีดบนผิวโค้งนี่สิ ต้องใจเย็นค่อยลากปลายใบมีด จะกดที่เดียวขาดก็ยากเกินไป เดี๋ยววิ่งตามแรงมือกินเนื้อเรือไปถึงไหนต่อไหนซวยกันไปใหญ่ 555
                   เหนื่อยล้า ของงานสร้างเรือจำลอง สำหรับผมคงมีอย่างเดียวคือ งานขัด ครับ ผมใช้เวลากับงานขัดเรือสำเภาต่อลำไปประมาณเกือบ 10 ชั่วโมงได้ นี่น่าจะเป็นเวลารวม (อย่างน้อย) ของการขัดมือทั้งหมดของผม ตั้งแต่ขัดแต่งกงเรือ ขัดเนื้อเรือกับดาดฟ้าครั้งที่หนึ่งและสอง ขัดผนังเก๋งและท้ายเรือ หางเสือ ช่องหน้าต่าง ประตู ปืนใหญ่ รอก ขอบบัว ราโท แม่ลูกกรง ระเบียง ผนังด้านนอกและหลังคาเก๋งท้าย เสากระโดงเรือ ทวนใบเรือ ฐานวาง ผมขัดทั้งหมดสามเบอร์ 120 220 และ 600 เพราะฉะนั้นแต่ละด้านที่ขัดจะไม่ต่ำกว่าสามรอบ ยิ่งตอนเดินกาวเพื่อกลบรอยต่อของเนื้อเรือนี่ ใบมีดขูดเอาเลย เล่นเอาขาวเต็มกางเกงหมดแหล่ะครับ จากที่พูดมาเชื่อมั้ยครับว่าเหนื่อย เมื่อย ล้า จริงๆ วันนี้ก็หมดแรงเขียนเช่นกัน สวัสดีครับผม

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Ship Scale Story 9.2 : History of shipbuilding

History of shipbuilding part 2 : ประวัติศาสตร์การสร้างเรือ ตอนที่2

              หวัดดีครับไม่ทราบว่าเรื่องราวคราวก่อนพอจะเป็นที่ชื่นชอบกันมั้ยคร๊าบ แต่ว่าอย่ารอช้ากันเลยนะครับผมวันนี้มาต่อกันอีกลำดีกว่าครับ

เรือแมรี่โรส

วันหนึ่งในฤดูร้อนปี ค.ศ. 1545 กษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 แห่งอังกฤษได้ส่งเรือรบที่ดีที่สุดของพระองค์ออกไปต่อสู้กับกองเรือฝรั่งเศสที่มาคุกคามราชอาณาจักร เรือรบที่ยิ่งใหญ่ แมรี่โรส (Mary Rose) เป็นหนึ่งในบรรดาเรือรบอังกฤษที่แล่นออกจากเมืองท่าพอร์ตสมัทในเช้าวันนั้น จู่ๆเรือก็เอียงไปทางกราบขวา น้ำไหลเข้าทางช่องปืนอย่างรวดเร็วจนเรือจมดิ่งสู่ก้นทะเล ผู้ที่ดูอยู่บนฝั่งรวมทั้งกษัตริย์เฮนรี่ที่ทรงเฝ้ามองจากปราสาทเซาท์ซีต่างตกอกตกใจอย่างยิ่งที่ได้เห็นเรือและลูกเรือเกือบ 700 คนจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา เรือแมรี่โรส จมอยู่ที่ก้นทะเลยาวนานถึง 437 ปีก่อนที่จะมีการกู้ซากเรือขึ้นมา เมื่อทำการสำรวจก็ได้พบสิ่งของหลายร้อยชิ้นที่แสดงให้เห็นชีวิตบนเรือได้อย่างดียิ่ง ในวันที่เรือจมนั้น สันนิษฐานว่าอาจมีสาเหตุมาจากลูกเรืออาจจะชักใบเรือผิด เมื่อเรือเปลี่ยนทิศทางจึงทำให้เรือเอียงไปทางกราบขวา อย่างกระทันหัน พวกทหารและปืนพากันเสียหลักเทน้ำหนักตามไปทางกราบขวาด้วย ยิ่งทำให้เรือเอียงหนักขึ้นจนน้ำทะลักเข้าช่องปืนจนเต็มลำเรือและเรือจมลงในที่สุด

 ลักษณะเด่น

วิธีปูไม้กระดาน เรือลำนี้สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ. 1509 – 1511 ตอนแรกตัวเรือปูแผ่นไม้แบบคลิงเกอร์ (Clinker) คือปูซ้อนเหลื่อมกันทำให้ไม่สามารถเจาะช่องปืนได้ ต่อมาปี ค.ศ. 1536 – 1540 ได้มีการรื้อตัวเรือปูแผ่นไม้ใหม่ โดยปูแบบ คาร์เวล (carvel) คือปูไม้เรียงแนบสนิทต่อกันไป ทำให้เจาะช่องปืนได้ เรือลำนี้จึงบรรทุกปืนใหญ่บนดาดฟ้าชั้นล่างได้มากขึ้น

ปืนนานาชนิด บนเรือมีปืนอยู่ประมาณ 91 กระบอก รวมทั้งปืนใหญ่หล่อด้วยเหล็ก 76 กระบอกและทองเหลือง 15 กระบอก บางชนิดเป็นแบบบรรจุลูกปืนทางปากกระบอก บางชนิดบรรจุทางท้ายกระบอก ปืนเหล่านี้จะยื่นปากกระบอกออกมาทางช่องปืน

เก๋งลอยน้ำ ที่ส่วนหัวของเรือทำเป็นหอสูงเรียกว่า เก๋งหน้า (forecastle) ในส่วนท้ายเรือมีเก๋งท้าย (sterncastle) ที่เก๋งสูงเหล่านี้จะติดตั้งปืนต่อสู้ไว้ด้วย

ทหารและพลธนู บนเรือมีทหารและพลธนูเพื่อการต่อสู้แบบประชิดตัว นักดำน้ำที่ลงไปสำรวจซากเรือได้ค้นพบคันธนู ลูกธนู ดาบยาวและดาบสั้น ส่วนเชือกผูกเป็นตาข่ายนั้นป้องกันไม่ให้ศัตรูขึ้นเรือได้ แต่ทว่าในขณะเดียวกันเมื่อเรือจมก็กั้นไม่ให้ลูกเรือหนีออกมาได้ไปด้วย

ตัวเรือ ทำด้วยไม้โอ๊ก กระดูกงูทำด้วยไม้เอล์ม คันธนูทำด้วยไม้ยู

บนเรือ มีครัวหรือห้องพยาบาลและที่บรรทุกสัมภาระ

เรือกว้าง 11.4 ม. (37 ฟุต 5 นิ้ว) เรือยาวกระดูกงู 32 ม. (105 ฟุต)

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Ship Scale Story 9.1 : History of shipbuilding

History of shipbuilding part 1 : ประวัติศาสตร์การสร้างเรือ ตอนที่ 1

ไม่มีข้อมูล = เรือที่ทำจากหนังสัตว์ที่เป่าให้พองลม
ไม่มีข้อมูล = เรือที่ทำจากมัดอ้อ
2500 ปีก่อนคริสต์ศักราช = เรืออียิปต์
400 ปีก่อนคริสต์ศักราช = เรือไตรรีม ของกรีก
คริสต์ศักราช   200 = เรือสินค้าโรมัน
คริสต์ศักราช   800 = เรือยาวไวกิ้ง
คริสต์ศักราช 1200 = เรือสำเภาจีน
คริสต์ศักราช 1250 = เรือค็อก
คริสต์ศักราช 1536 = เรือแมรี่โรส
คริสต์ศักราช 1620 = เรือเมย์ฟลาวเวอร์
คริสต์ศักราช 1780 = เรือรบหลวง แพนดอร่า
คริสต์ศักราช 1800 = เรือรบแมน ออฟ วอร์
คริสต์ศักราช 1843 = เรือกลไฟ เกรดต บริเทน ตัวเรือทำจากเหล็ก
คริสต์ศักราช 1855 = เรือไอน้ำใบจักรข้าง เปอร์เซีย แล่นข้าม มหาสมุทรแอตแลนติก
คริสต์ศักราช 1860 = เรือรบหุ้มเกราะ เมอร์รี่แม็ก
คริสต์ศักราช 1905 = เรือประจัญบานเหล็ก เรือรบหลวง เดรดน็อต
คริสต์ศักราช 1942 = เรือรบ เล็กซิงตัน เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน
คริสต์ศักราช 1964 = เรือเดินสมุทร เคนเบอร์ร่า
คริสต์ศักราช 1970 = เรือคอนเทนเนอร์ และ เรือลากอวนท้าย
คริสต์ศักราช 1980 = เรือฟริเกต บรรทุกเฮลิคอปเตอร์
คริสต์ศักราช 1990 = เรือเฟอร์รี่ ซีแคต

               สวัสดีครับผมต้องขอโทษอีกตามเคยที่ทิ้งช่วงนานมาก วันนี้ผมได้ชื่อเรือกับปีที่สร้างมา
เลยเอามาลงให้ดูอะครับเผื่อว่าจะมีใครสนใจ แต่ทั้งนี้ผมคิดว่าถ้าผมมีชื่อเรือแบบนี้อีกผมก็จะเอามาลงเพิ่มอีก ส่วนคราวหน้าผมจะพยายามไปสืบเสาะหาเนื้อหา หรือข้อมูลจำเพาะมาลงให้ได้อ่านกันดูนะครับ ส่วนวันนี้ผมขอเสนอเรือไตรรีมเป็นลำแรกนะครับ

เรือไตรรีม
               ลองหลับตานึกถึงเรือรูปร่างเพรียวพุ่งฉิวตรงเข้ามาที่หัวเรือมีดวงตาน่าสพรึงกลัวคู่หนึ่งวาดไว้ เราอาจได้ยินเสียงพายจ้วงน้ำ และเห็นเงาสะท้อนแปลบปลาบของดาบในแสงตะวัน หากเราเป็นศัตรูของชาวกรีกโบราณก็คงต้องตัวสั่นด้วยความหวั่นกลัว เรือแบบนี้เรียกว่าเรือไตรรีม (trireme) เป็นของรัฐเอเธนส์ที่เคยรุ่งเรืองเมื่อราว 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ปัจจุบันยังไม่มีใครพบซากเรือไตรรีมเลย แต่ก็รู้ได้ว่าเรือลำนี้มีรูปร่างอย่างไรโดยศึกษาจากภาพวาดบนแจกันและรูปภาพกรีกบราณจึงทำให้มีผู้สามารถสร้างเรือจำลองขนาดเท่าของจริงขึ้นมาได้ลำหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

ลักษณะเด่น
- พลกรรเชียงบนเรือไตรรีมจะมีทั้งหมด 170 คน แต่ละคนกรรเชียงพายที่หนักอึ่งพายเป็นจังหวะตามเสียงขลุ่ย
- ที่หัวเรือมียกพื้นไม้เป็นดาดฟ้าเป็นที่ที่นายทหารประจำหัวเรือเรียกว่า โพรเรตีส (prorates) จะนั่งอยู่กับลูกเรือจำนวนหนึ่งคอยรับคำสั่งจากนายท้าย
- เรือไตรรีมได้รับการออกแบบไว้ใช้พุ่งชนเรือข้าศึก โดยใช้ทวนหรือเดือยทำด้วยแก่นไม้หุ้มด้วยโลหะเป็นแง่ 3 แง่ ทะลวงเรือข้าศึกส่วนที่อยู่ใต้น้ำให้จม
- เรือไตรรีมจะมีเสา 2 เสาและใบเรือ 2 ใบ ได้แก่ สาใหญ่และใบเรือใหญ่อยู่ตรงกลางลำเรือ กับเสากระโดงพร้อมใบเรือซึ่งมีขนาดเล็กกว่าอยู่ทางหัวเรือ โดยปกติแล้วเมื่อเรือไตรรีมเตรียมเข้าทำสงคราม จะปลดใบเรือทิ้งไว้บนบก ส่วนเสากระโดงก็จะถอดวางไว้ในเรือ
- ภายในตัวเรือจะมีเชือกควั่นหนาเรียกว่า ไฮโปโซมา (hypozoma) ขึงตึงจากหัวเรือไปท้ายเรือ เชือกจะดึงไม่ให้ท้ายเรือจม ถ้าเชือกเปียก จะต้องใช้ชะเนาะขันให้ตึงขึ้นอีก
- บนเรือไม่มีครัวหรือห้องน้ำและไม่มีที่บรรทุกสัมภาระเมื่อถึงเวลาอาหารจะต้องนำเรือไตรรีมขึ้นบกเพื่อหุงหาอาหาร
- เรือกว้าง 6 ม. (19 ฟุต 6 นิ้ว) เรือยาว 37 ม. (121 ฟุต) กรรเชียงยาว 4 ม. (13 ฟุต)
- พลประจำเรือ : นายเรือ นายท้าย สลั่ง(หัวหน้ากะลาสี) นายทหารประจำเรือ พลขลุ่ย พลกรรเชียง และทหารประจำเรือ

สุดท้ายเอารูปมาฝากครับแต่ต้องขอโทษด้วยที่รูปไม่ค่อยสมบูรณ์...


และยังตามอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างนะครับผม

Ship Scale Story 9.2 : History of shipbuilding