วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Ship Scale Story 9.1 : History of shipbuilding

History of shipbuilding part 1 : ประวัติศาสตร์การสร้างเรือ ตอนที่ 1

ไม่มีข้อมูล = เรือที่ทำจากหนังสัตว์ที่เป่าให้พองลม
ไม่มีข้อมูล = เรือที่ทำจากมัดอ้อ
2500 ปีก่อนคริสต์ศักราช = เรืออียิปต์
400 ปีก่อนคริสต์ศักราช = เรือไตรรีม ของกรีก
คริสต์ศักราช   200 = เรือสินค้าโรมัน
คริสต์ศักราช   800 = เรือยาวไวกิ้ง
คริสต์ศักราช 1200 = เรือสำเภาจีน
คริสต์ศักราช 1250 = เรือค็อก
คริสต์ศักราช 1536 = เรือแมรี่โรส
คริสต์ศักราช 1620 = เรือเมย์ฟลาวเวอร์
คริสต์ศักราช 1780 = เรือรบหลวง แพนดอร่า
คริสต์ศักราช 1800 = เรือรบแมน ออฟ วอร์
คริสต์ศักราช 1843 = เรือกลไฟ เกรดต บริเทน ตัวเรือทำจากเหล็ก
คริสต์ศักราช 1855 = เรือไอน้ำใบจักรข้าง เปอร์เซีย แล่นข้าม มหาสมุทรแอตแลนติก
คริสต์ศักราช 1860 = เรือรบหุ้มเกราะ เมอร์รี่แม็ก
คริสต์ศักราช 1905 = เรือประจัญบานเหล็ก เรือรบหลวง เดรดน็อต
คริสต์ศักราช 1942 = เรือรบ เล็กซิงตัน เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน
คริสต์ศักราช 1964 = เรือเดินสมุทร เคนเบอร์ร่า
คริสต์ศักราช 1970 = เรือคอนเทนเนอร์ และ เรือลากอวนท้าย
คริสต์ศักราช 1980 = เรือฟริเกต บรรทุกเฮลิคอปเตอร์
คริสต์ศักราช 1990 = เรือเฟอร์รี่ ซีแคต

               สวัสดีครับผมต้องขอโทษอีกตามเคยที่ทิ้งช่วงนานมาก วันนี้ผมได้ชื่อเรือกับปีที่สร้างมา
เลยเอามาลงให้ดูอะครับเผื่อว่าจะมีใครสนใจ แต่ทั้งนี้ผมคิดว่าถ้าผมมีชื่อเรือแบบนี้อีกผมก็จะเอามาลงเพิ่มอีก ส่วนคราวหน้าผมจะพยายามไปสืบเสาะหาเนื้อหา หรือข้อมูลจำเพาะมาลงให้ได้อ่านกันดูนะครับ ส่วนวันนี้ผมขอเสนอเรือไตรรีมเป็นลำแรกนะครับ

เรือไตรรีม
               ลองหลับตานึกถึงเรือรูปร่างเพรียวพุ่งฉิวตรงเข้ามาที่หัวเรือมีดวงตาน่าสพรึงกลัวคู่หนึ่งวาดไว้ เราอาจได้ยินเสียงพายจ้วงน้ำ และเห็นเงาสะท้อนแปลบปลาบของดาบในแสงตะวัน หากเราเป็นศัตรูของชาวกรีกโบราณก็คงต้องตัวสั่นด้วยความหวั่นกลัว เรือแบบนี้เรียกว่าเรือไตรรีม (trireme) เป็นของรัฐเอเธนส์ที่เคยรุ่งเรืองเมื่อราว 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ปัจจุบันยังไม่มีใครพบซากเรือไตรรีมเลย แต่ก็รู้ได้ว่าเรือลำนี้มีรูปร่างอย่างไรโดยศึกษาจากภาพวาดบนแจกันและรูปภาพกรีกบราณจึงทำให้มีผู้สามารถสร้างเรือจำลองขนาดเท่าของจริงขึ้นมาได้ลำหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

ลักษณะเด่น
- พลกรรเชียงบนเรือไตรรีมจะมีทั้งหมด 170 คน แต่ละคนกรรเชียงพายที่หนักอึ่งพายเป็นจังหวะตามเสียงขลุ่ย
- ที่หัวเรือมียกพื้นไม้เป็นดาดฟ้าเป็นที่ที่นายทหารประจำหัวเรือเรียกว่า โพรเรตีส (prorates) จะนั่งอยู่กับลูกเรือจำนวนหนึ่งคอยรับคำสั่งจากนายท้าย
- เรือไตรรีมได้รับการออกแบบไว้ใช้พุ่งชนเรือข้าศึก โดยใช้ทวนหรือเดือยทำด้วยแก่นไม้หุ้มด้วยโลหะเป็นแง่ 3 แง่ ทะลวงเรือข้าศึกส่วนที่อยู่ใต้น้ำให้จม
- เรือไตรรีมจะมีเสา 2 เสาและใบเรือ 2 ใบ ได้แก่ สาใหญ่และใบเรือใหญ่อยู่ตรงกลางลำเรือ กับเสากระโดงพร้อมใบเรือซึ่งมีขนาดเล็กกว่าอยู่ทางหัวเรือ โดยปกติแล้วเมื่อเรือไตรรีมเตรียมเข้าทำสงคราม จะปลดใบเรือทิ้งไว้บนบก ส่วนเสากระโดงก็จะถอดวางไว้ในเรือ
- ภายในตัวเรือจะมีเชือกควั่นหนาเรียกว่า ไฮโปโซมา (hypozoma) ขึงตึงจากหัวเรือไปท้ายเรือ เชือกจะดึงไม่ให้ท้ายเรือจม ถ้าเชือกเปียก จะต้องใช้ชะเนาะขันให้ตึงขึ้นอีก
- บนเรือไม่มีครัวหรือห้องน้ำและไม่มีที่บรรทุกสัมภาระเมื่อถึงเวลาอาหารจะต้องนำเรือไตรรีมขึ้นบกเพื่อหุงหาอาหาร
- เรือกว้าง 6 ม. (19 ฟุต 6 นิ้ว) เรือยาว 37 ม. (121 ฟุต) กรรเชียงยาว 4 ม. (13 ฟุต)
- พลประจำเรือ : นายเรือ นายท้าย สลั่ง(หัวหน้ากะลาสี) นายทหารประจำเรือ พลขลุ่ย พลกรรเชียง และทหารประจำเรือ

สุดท้ายเอารูปมาฝากครับแต่ต้องขอโทษด้วยที่รูปไม่ค่อยสมบูรณ์...


และยังตามอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างนะครับผม

Ship Scale Story 9.2 : History of shipbuilding



วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Ship Scale Story 8 : The NRP Sagres III has review.

สวัสดียามค่ำคืนครับ เมื่อวานผมมานั่งเปิดคอมฯเล่น ว่าจะหาอะไรานั่งดูให้เพลินๆตา อย่าง Hang Over III ซะหน่อยก็ดันไปเห็น ไฟล์ภาพเรือ NRP Sagres III ที่ถ่ายเก็บเอาไว้เมื่อสามปีที่แล้วก็เห็นว่ายังน่าสนใจอยู่...วันนี้เลยเอามาลงให้ดูกันเล่นๆเช่นเคยครับผม...ว่าแล้วอย่าช้าเนอะ...

NRP Sagres III เป็นเรือสร้างจากเหล็ก มีสามเสากระโดงเรือสำเภากับใบเรือสี่เหลี่ยมบนเสากระโดงหน้าและหลักและสายระโยงยึดคานเอียงลาดบนเสากระโดงเรือบนเสาใบหลัง เสาหลักของเธอเพิ่มสูงขึ้น 42 เมตรเหนือดาดฟ้าเรือ เธอประกอบด้วย 22 ใบเรือ รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,000 ตารางเมตร (21,000 ฟุต²) และสามารถเข้าถึงความเร็วสูงสุด 17 นอต (31 กิโลเมตร / ชั่วโมง) ภายใต้การแล่นเรือ เธอมีความยาว 89 เมตร (295 ฟุต) กว้าง 12 เมตร (40 ฟุต) ร่าง(สูง) 5.2 เมตร (17 ฟุต) และการเคลื่อนออกได้ที่เต็มอัตราบรรทุกที่1,755 ตัน

เรือสามเสากระโดงเปิดตัวภายใต้ชื่อ Albert Leo Schlageter เมื่อ 30 ตุลาคม 1937 ที่ Blohm & Vossในฮัมบูร์กสำหรับกองทัพเรือเยอรมัน (Kriegsmarine) เรือถูกตั้งชื่อตามชื่อ Albert Leo Schlageter ที่ถูกประหารชีวิตในปี 1923 โดยกองกำลังฝรั่งเศสครอบครองพื้นที่รูห์ร ผู้บัญชาการคนแรกของเธอคือ Bernhard Rogge มันจึงเป็นเรือน้องสาวของ Gorch Fock, Horst Wessel และการฝึกอบรมเรือชาวโรมาเนีย Mircea น้องสาวอีกลำหนึ่ง Herbert Norkus, ที่ยังสร้างไม่เสร็จในขณะนั้น ซึ่ง Gorch Fock ที่สองที่สร้างขึ้นในปี 1958 โดยชาวเยอรมันได้มาแทนที่เรือที่สูญหายไปหลังจากเกิดสงคราม

หลังจากที่จำนวนของการฝึกอบรมการเดินทางระหว่างประเทศ เรือได้ถูกนำมาใช้เป็นเรือสำนักงานเคลื่อนที่หลังจากการระบาดของสงครามโลกครั้งที่สองและถูกปล่อยลงสู่ทะเลมหาสมุทรเพื่อให้บริการเพียงอย่างเดียวอีกครั้งในปี 1944 ในทะเลบอลติก เมื่อ 14 พฤศจิกายน 1944 เธอถูกโจมตีด้วยทุ่นระเบิดโซเวียต ห่างออกไปจาก Sassnitz และต้องถูกลากจูงไปยังท่าเรือในSwinemünde ในที่สุดก็ถูกโอนไปยัง Flensburg เธอถูกเข้าควบคุมโดยเหล่าพันธมิตรเมื่อสงครามสิ้นสุดลงและในที่สุดก็ถูกยึดโดยสหรัฐอเมริกา

ในปี 1948 สหรัฐขายเธอให้กับบราซิลด้วยเครื่องหมายแสดงราคาที่ $ 5,000 USD. เธอถูกลากไปริโอเดจาเนโร, และบราซิล เธอแล่นออกไปที่โรงเรียนสำหรับกองทัพเรือบราซิลภายใต้ชื่อ Guanabara ในปี 1961, กองทัพเรือโปรตุเกส ซื้อเธอมาเพื่อแทนที่โรงเรียนเรือเก่า Sagres II (ซึ่งถูกย้ายไปฮัมบูร์ก เธออยู่ที่ไหนเธอก็เป็นพิพิธภัณฑ์เรือภายใต้ชื่อเดิมของเธอ Rickmer หรือ Rickmers) กองทัพเรือโปรตุเกสเปลี่ยนชื่อของเธอเป็น Sagres (ชื่อนั้นเป็นชื่อที่สาม) และเธอยังคงประจำการอยู่

ในปี 2010 เรือได้ดำเนินการในการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ การเดินทางรอบโลกดำเนินการทั้งหมดโดยประมาณ 35000 ไมค์ ภายใต้คำสั่งของซีเอ็มจี Pedro Proenca Mendes เรือออกจากลิสบอนเมื่อ 19 มกราคมและมาถึง 24 ธันวาคมและมีส่วนร่วมใน Velas Sudamerica 2010, ทัวร์ประวัติศาสตร์ละตินอเมริกา โดยสิบเอ็ดเรือที่สง่างามเพื่อเฉลิมฉลองร้อยปีของรัฐบาลแห่งชาติเป็นครั้งแรกของอาร์เจนตินาและชิลี เธอยังเป็นส่วนหนึ่งของงานแสดงสินค้าที่เซี่ยงไฮ้ ท่ามกลางเหตุการณ์อื่น ๆ ระหว่างปีนั้นด้วย (และแน่นอนที่สุด นั่นหมายถึงการมาเยือนบ้านเราด้วยครับผม)

เรือได้แล่นไปภายใต้ธงโปรตุเกสตั้งแต่ปี 1962 สำหรับการละลึกถึงในปี 2012 นั่นถือว่าเป็นอนุสรณ์สำคัญในการครบรอบปีที่ 75 และเรือ 50 ปีภายใต้การให้บริการของกองทัพเรือโปรตุเกส

เรื่องย่อของเธอก็จบลงด้วยประการละฉะนี้...กลับมาเรื่องรูปถ่ายของเราดีกว่าครับ

ท้ายเรือเลยครับ...ชิดในครับพี่...อิอิอิ

เรือชูชีพครับ...ผมว่าทุกคนคุ้นตาอย่างแน่นอน

เอากันอีกซักมุมครับ...ว่าแต่พายกันเป็นมั้ยอะครับ

คราวนี้มาหัวเรือกันบ้างครับ

ขาดไม่ได้เลย เสากระโดงของพวกเรานั่นเอง

ที่นั่งด้านท้ายเรือครับ

ก่อนเดินไปถึงท้ายเรือ...กับห้องเล็กๆครับ

อารมย์ท้ายเรือกับพังงาครับ

เรือชูชีพที่อยู่ใกล้ห้องครัวครับ

โซ่สมรเรือกับพุกครับ

ปืนครับปืน...555

ป้ายชื่อเรือครับ

อันนี้ตรงกลางเรือเลยครับ...ถ้าไม่กาง ตอนกลางวันร้อนแน่ๆเลยอะ

เชือกเต็มเลย...ผมชอบตรงนี้มากเลยครับ

พื้นดาดฟ้าผมก็ชอบครับ

บันไดเพียบเลย

เชือกเต็มเลย..เอาไว้ดูประกอบกับตอนทำโมเดล

อันนี้เชือกกับรอกครับ...เก็บไว้เป็นตัวอย่างๆดีเลย

ตรงารเก็บใบเรือก็น่าสนใจนะ...ไม่รู้ว่าคิดเหมือนกันรึเปล่า...อิอิอิ

ทิ้งท้ายกับพังงากันอีกรอบครับผม

สุดท้ายของบทนี้แล้วครับผม...เกลี้ยง..ไม่มีกั




วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Ship Scale Story 7 : การทำแม่ลูกกรงครับ

หวัดดีครับผม...เมื่อวานคุณหน่อง required มาว่า ชุดกลึงของผม มีหน้าตาเป็นเช่นไรครับผม...ก็เอามาลงให้ดูกันนะครับแต่อย่าขำกันนะครับ
Hello everybody, Khun Hnong has requesting to my lathe set on yesterday. Today I want to shown but do not laugh my lathe set.


ขั้นแรกครับ กับการ Layout สัดส่วนที่ต้องการโค้งเว้า ตามที่เรา ออกแบบไว้ก่อนครับผม
First step : Shape is layout to curved and concave as my design.


ขั้นที่สองครับ ปรับแต่งผิวให้เรียบครับผม...เพื่อเวลาเราหมุนแกนไม้จะได้เรียบสม่ำเสมอครับ
Second step : Preparation has surface on head to be perpendicular because when you has turn around axis of teak rod. It will be smooth and easy.


ขั้นที่สามครับ อันนี้ผมใช้ตะไบสามเหลี่ยมครับเพื่อทำบ่าด้านบนของหัวแม่ลูกกรงครับ
Third step : I'm using triangle sharpen for nook around on head.


ขั้นที่สี่ครับ ต้องขอโทษด้วยครับที่ตอนใช้ตะไบหางหนูแต่งตกร่องไม่มีครับแฮะๆๆ ส่วนรูปนี้เป็นการแต่งหัวแม่ลูกกรงให้กลมครับผม
Fourth step : I'm sorry for step of use circular sharpen for curved. I have not the photo. For this picture is preparing head of railing to half circle.


อันนี้ก็เช่นกันกับขั้นตอนข้างบนครับ
This is also same upper step.


เมื่อเสร็จแล้วก็ตัดครับผม
When you have finish, you shall be cutting.


ตัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อยครับ
It has already done.


และทั้งหมดก็เอามาเรียงดูเล่นๆก่อนนำไปเก็บเข้าในกล่องรอเอาไปประกอบที่หลังคร๊าบบบบ
And all complete, it has managed to look at something for fun before kept in the box. It's waiting assembly in to the next time.

และก็จบ สำหรับขั้นตอนย่อยๆที่คุณหน่องถามมาครับผม....ขอบคุณคร๊าบบบบ
And finish for sub-method at Khun Hnong has asked me....Thank you for your asked me...Bye!!!