วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

Ship Scale Story 4.1 : เรือฉลอม ตอนที่ 1

หวัดดีครับวันนี้เรามาพูดคุยถึงเรือฉลอมกันครับ เรือฉลอมเป็นเรือประมงชายฝั่งขนาดเล็ก มีใช้กันทั้งฝั่งทะเลตะวันออกและใต้(ไปถึงประจวบฯ)ใช้สำหรับบรรทุกสินค้าหรือหาปลา สมัยโบราณเวลาเกิดศึก สงครามก็จะถูกเกณฑ์ไปใช้ในราชการทัพด้วย อาจติดใบหรือไม่ก็ได้ และวันนี้เรามาดูเรือฉลอมที่ถูกย่อส่วนกันดีกว่าครับ

ภาพด้านหน้าหัวเรือ : สังเกตว่าโขนหน้านั้นคมมั๊กๆครับ พร้อมกับโชว์สมรเรือห้อยตรงกราบอ่อนด้วยครับ

ภาพด้านข้าง : จุดสังเกตในรูปนี้ที่เห็นชัดสุดๆคงหนีไม่พ้นหัวโขนหน้าและหลัง(จะดูคมไปไหนอะ)

ภาพด้านข้าง : มาภาพนี้โขนหน้ายังเด่นอยู่ บวกกับเห็นปากระวางชัดเจนแล้ว เพียงแต่มีแจวสองอันมาพาดเท่านั้นเอง

ภาพด้านข้างหัวโขนหน้า 5555++++ : อันนี้มาวัดขนาดกันครับ ผมใช้หัวโขนเศรษฐีน่ะครับ เค้าว่ามาว่าคนสมัยก่อน ถ้าบ้านไหนมีตังค์ บ้านนั้นหัวโขนจะทั้งใหญ่และสวยครับ ลำนี้ผมทำได้ความยาวรวม 47 เซนติเมตร จากปลายหัวโขนหน้า ถึง ปลายหัวโขนท้าย

ภาพด้านข้างหัวโขนท้าย : อันนี้ต้องการโชว์หางเสือกับด้ามหางเสือครับ ประมาณว่า " ปลายจะงอนไปไหนอีก "

ภาพด้านข้างหัวโขนท้าย : มาภาพนี้จะเห็น หลักแจว หงษ์เหิน(บน ล่าง) และหางเสือ

ภาพด้านหลัง : อันนี้เน้นคมเห็นๆ เห็นป่ะคร๊าบบบ คมของหางเสือ กับ คมของหัวโขนท้าย

ภาพด้านบนท้าย : อันนี้ตั้งใจให้ดูท้ายหงษ์เหิน กับการผูกเชือกที่คันหางเสือ และแอบโชว์ปากระวาง(อีกแล้ว)

ภาพด้านบน : มองจากท้ายเรือไปด้านหน้า เน้น ปากระวาง การผูกเชือกเข้ากับห่วงที่กงเสริม

ภาพด้านบน : มองจากท้ายเรือไปด้านหน้า เริ่มเปิดปากกันใหญ่แล้ว 55555+++(ผมหมายถึงฝาปิดปากระวางนะครับ)

ภาพด้านบน : มองจากหน้าเรือไปที่ตรงกลางเรือ ยังไม่เลิกอ้าปากกันอีกอะ...รอบนี้เน้นไปที่เสากระโดงด้วย

ภาพด้านบน : กลางลำเรือ จะจะกันไปเลยสำหรับที่ล๊อคมือหมุน สำหรับชักใบขึ้นและเก็บใบลง(ถ้าคุณปลดเชือกออกจากห่วงกันก่อนนะ...5555)

ภาพด้านบน : กลางลำเรือ ภาพด้านข้างที่ล๊อคมือหมุน ถ้าดูดีๆคุณจะรู้ว่าที่ล๊อคอันนี้หมุนได้ 360 องศารอบตัวคร๊าบบบบ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรือฉลอมในเวอร์ชั่นนี้ครับ(เพราะคุณอาจจะเห็นมาแล้วหลายแบบ..55555+++) แล้วเจอกันใหม่กับตอน Ship Scale Story 4.2 : เรือฉลอม ตอนที่ 2 นะคร๊าบบบบบ

รึจะเลือกดูตามลิงค์นี้ก็ได้นะครับผม
Ship Scale Story 4.2 : เรือฉลอม ตอนที่ 2
Ship Scale Story 4.2 : เรือฉลอม ตอนที่ 3
Ship Scale Story 4.2 : เรือฉลอม ตอนที่ 4

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

History of this time...ขอขั้นหน่อยคร๊าบบบ

...สวัสดีคร๊าบบบ...ทุกๆท่าน(ถ้าเข้ามาอ่านนะ)...ผมชื่อ ธัชชัยคร๊าบ ถ้าทุกท่านได้เคยอ่านบทความที่ผมเคยลงไว้ใน www. exitcorner.com ก็จะเท่ากับที่ผมลงไว้ในบล๊อค hobbyship.blogspot.com และต่อจากนี้ไปที่ทุกท่านจะสามารถหาอ่านได้ใน hobbyship.blogspot.com เท่านั้น ผมขอไม่ส่งบทความไปที่ www.exitcorner.com แล้ว...แต่เห็นพูดอย่างนี้ม่ะได้หมายความว่าผมมีปัญหาอะไรกับทาง gallery นะคร๊าบบบ...
...เหตุผลที่ผมม่ะส่งบทความต่อนั้นมีเพียงแค่ว่า..ผมม่ะไม่ได้คุยกับผู้อ่านที่เข้ามาอ่านเลย...ผมต้องการการตอบโต้พูดคุยและการแลกเปลี่ยนที่จะได้มาซึ่งความรู้ใหม่ๆ...จากนักอ่าน..และนักเขียนที่หลากหลาย...รวมทั้ง นักต่อเรือจำลองทั้งหลายที่มีฝีมือทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าอะครับ...การแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือ เพียงการตอบโต้ในเรื่องที่ตนสงสัยใคร่รู้ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ....บทความฉบับนี้จึงเป็นเพียงการมาเกรินให้ได้รับรู้กันเท่านั้นอ่ะครับว่าบทความ Ship Scale Story หรือ SSS นั้นจะมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ยกเว้นว่าจะได้ขออนุญาตกันเสียก่อนคร๊าบบบบ ซึ่งที่ผ่านมานั้นผมเองเคยได้เป็นผู้ช่วยอาจารย์ อบรมและสอนการต่อเรือจำลองให้กับทาง ship gallery มาระยะหนึ่งประมาณ 5 รุ่นได้ แต่ด้วยระยะหลังนั้นผมไม่มีเวลาพอที่จะเข้าไปสอนได้...จึงอาศัย Blogger.com มาเป็นทางออกของผมที่..ไม่สามารถทำในสิ่งที่ชอบได้ โดยที่อย่างน้อยผมยังสามารถเขียนในสิ่งที่ผมเข้าใจโดยที่ไม่ต้องใช้เวลามากและยังมีโอกาศได้พูดคุยกับพี่ๆน้องๆและเพื่อนๆทุกคนครับ.....
...ขอบคุณคร๊าบบบบ


.....
......
....... ปล.คร๊าบบบ ฉบับหน้ามาต่อกับ Ship Scale Story 3.2 Method adds line and modify เข้ามาอ่านกันหน่อยนะคร๊าบบบบ....

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Ship Scale Story 3.1 : Floor and Ship drawing

ซา-หวาด-ดี-คร๊าบ หายไปนานเลยต้องขอโต๊ดด้วยนะคร๊าบบบ....บังเอิญว่าติดงาน(ประจำ)อ่ะคร๊าบบ ซึ่งช่วงนี้ก็ซาลงแล้วจึงรีบกลับมาพบกับพี่ๆน้องๆผู้ติดตามอ่านกัน(แบบว่าเข้าข้างตัวเองเล็กน้อย...อิอิ) วันนี้มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ กับการเขียนแบบเรือ แต่ก่อนอื่นขอพูดเกี่ยวกับการทำงานแบบเรือ ที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังกันก่อนนะครับ แบบเรือที่ผมพูดถึงนั้นไม่ได้ไปทำในคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด เพราะแบบเรือที่ผมทำนั้นมีสเกลอยู่ที่ 1 ต่อ 1 ซึ่งหมายความว่าเมื่อเขียนเสร็จแล้วจะมีขนาดเท่าของจริง (อันนี้ไม่รวมเก๋งเข้าไปด้วยนะครับ แบบที่ทำออกมาสูงที่สุดแล้วเพียงกาบอ่อนเท่านั้น นอกนั้นเขียนในคอมฯได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเขียนแบบกันบนพื้นห้อง ห้องที่ว่าที่ผมเคยทำงานนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่ห้องแต่เป็นเรือเก่าที่หมดอายุการใช้งานแล้วซึ่งถูกนำมาดัดแปลง โดยสร้างฐานรองรับเรือไว้สองชิ้น วางระหว่างกลางลำเรือ โดยตีกรอบมิดชิดเพื่อทำเป็นห้องพ้นทราย ชั้นที่สอง(ถ้านับห้องพ้นทรายเป็นชั้นแรกนะ....555)ดัดแปลงเป็นพื้นที่เขียนแบบเรือ และชั้นที่สามดัดแปลงเป็นแผนกไฟฟ้า


พื้นที่ที่ว่าดัดแปลงเป็นพื้นที่เขียนแบบเรือโดยประมาณ กว้าง 7 เมตร ยาว 22 เมตร ภายในพื้นที่นั้นแบ่งตีตารางเป็นเส้นกริด ความถี่ 500 มิลลิเมตร x 500 มิลลิเมตร ทั้งในแนวความกว้างและความยาวเมื่อได้เส้นกริดมาแล้ว เราจะต้องทำการระบุ เส้นกริดที่ตีตารางไว้ บ่งชี้หมายเลขกงหรือเรียกว่า Station เวลาตั้งชื่อจากเส้นซ้ายมือสุดจะเริ่มจากตัวอักษร D, C, Bและ A แล้วค่อยเริ่มเป็น 0, 1, 2, 3 จนไปถึงเส้นกริดสุดท้ายของห้อง


(หมายเหตุ อันนี้เป็นการระบุตามงานที่ผมเคยทำเท่านั้นซึ่งวิธีระบุเป็นอย่างอื่นนั้นก็มีอีกแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพียงแค่ให้เราเข้าใจเท่านั้นว่าหัวท้ายอยู่ตำแหน่งไหนเท่านั้นคร๊าบบบ)
ในแต่ละ Station นั้นมันจะมีความหมายในตัวเอง ซึ่งระบุได้ดังนี้
1. BHD หรือ Bulkhead หรือ กั้นห้องนั้นเอง
2. Web Frame หรือ โครงถัก
3. Ordinary หรือ กงธรรมดา
4. Frame หรือ โครงเปล่า
ซึ่งที่กล่าวมานี้ได้ให้ความสำคัญตามลำดับแล้ว
และก่อนจะกล่าวต่อไป ขอทบทวน ก่อนว่า VIEW ที่ครั้งก่อนได้พูดถึงไปนั้นมีอะไรบ้าง
1. Body Plan คือ ภาพด้านหน้าและหลัง (วิวนี้แสดงอย่างละครึ่ง)
2. Profile Plan คือ ภาพด้านข้าง
3. Half Breadth Plan คือภาพด้านล่าง


และที่ผมลืมบอกไปเมื่อครั้งก่อนคือ Table of offsets สี่ส่วนนี้เป็นองค์ประกอบในการแสดงแบบไม่มีถือว่าไม่ครบ อย่างเช่นงานเขียนแบบชนิดอื่นจะสอนเอาไว้ว่า ถ้าเขียนแบบเพียงวิวเดียวแล้วอธิบายความหมายได้ ทำงานได้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่แบบเรือนั้นไม่ใช่ ที่ต้องมีทุกวิวนั้นเป็นเพราะแต่ละวิวจะตรวจสอบกันเอง ถึงความถูกต้องของเส้นแต่ละเส้นคร๊าบบบ
ในตอนที่เริ่มจะต้องทำแบบนั้น เราจะได้ข้อมูลที่เป็นเส้นมาอยู่ 4-5 ชนิดคือ
1. Keel line คือ แนวเส้นกระดูกงู
2. Chine Line คือ แนวเส้นสันข้างเรือ
3. Sheer Line คือ แนวเส้นโค้งของเรือ
4. Deck at side (Deck line) คือ แนวเส้นดาดฟ้าเรือ
5. Deck edge คือแนวเส้นขอบกราบอ่อน
ถ้าสังเกตุจากรูปตัวอย่างนั้น ( รูป Profile Plan) จะเห็นว่า ในรูปนี้จะไม่มี Sheer line และ Deck edge



และถ้ามาสังเกตุที่รูป Body Plan จะทำให้เราเห็นชัดมากยิ่งขึ้น


ส่วน Table of offsets นั้นเอาไว้คราวหน้าShip Scale Story 3.2 Method adds line and modify ซึ่งผมตั้งใจเอาไว้ว่าน่าจะแยกการอธิบายออกจากกันไม่งั้นอ่านแล้วอาจมึนๆได้ (ข้ออ้างชัดๆ...555...ความจริงคือหมดมุขแหล่ะ) ยังไงช่วยติดตามอ่านกันต่อไปด้วยนะคร๊าบบบบ